RelationshipOS
RelationshipOS
วิธีทำเอเจนต์จีบหนุ่มจีบสาวและจัดการความสัมพันธ์ส่วนตัว 🤭
……
ต้องไปบรรยายคลาส Agentic Product Builder ให้บริษัทนึง เค้าอยากได้ use case ใกล้ตัว คนจะได้นึกภาพออกง่ายๆ
ตอนแรกคิดว่าจะเอา use case “ใช้ Agent ช่วยจีบสาว” มาเล่นในคลาส 55
(ซึ่งยังไม่ได้ทดสอบจริง😆)
แต่ไปๆมาๆ มันทำอะไรได้มากกว่านั้น คือ เอามาใช้เป็น Personal CRM เพราะด้วย logic เดียวกัน มันบริหารความสัมพันธ์ได้หลายรูปแบบ
ระบบนี้ช่วยให้เราจำและสื่อสารดีขึ้น ไม่ได้ช่วยสวมรอยเป็นคนที่เราไม่ได้เป็น ถ้าถึงจุดที่ต้องปิดบังว่า AI คุยแทน คือเลยเส้นแล้ว อย่าหาทำ 🥹
น่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องการจัดการความสัมพันธ์ส่วนตัวนะครับ
......
หลักคิดและการทำงาน
วิธีทำ 4 ขั้น
1. สร้างฐานข้อมูล 5 ตัวในหน้า hub เดียว
People:
- ชื่อ ความสัมพันธ์ สถานะ สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ วันสำคัญ เส้นขอบเขต
Interactions:
- วันที่ ช่องทาง สรุปสิ่งที่คุยกัน relation ไป People ช่อง Suggested memory สำหรับให้เอเจนต์เสนอ และ checkbox ยืนยัน
Promises:
- สิ่งที่รับปาก วันครบกำหนด สถานะ relation ไป People
Date Ideas:
- ร้าน กิจกรรม งบประมาณ โซน เหมาะกับใคร
Reviews:
- บันทึกทบทวนรายสัปดาห์ พร้อม rollup ของ promise ที่ค้าง
เชื่อม relation สองทางระหว่าง People กับอีกสี่ตัว เพื่อให้ทุกอย่างอ่านย้อนกลับได้
2. สร้างเอเจนต์ 5 ตัว ให้สิทธิ์เฉพาะฐานเหล่านี้
Capture Agent:
ทริกเกอร์เมื่อมีแถวใหม่หรือแก้ไขใน Interactions ดึงข้อเท็จจริง สิ่งที่รับปาก วันสำคัญ แล้วเขียนลง Suggested memory รอเรากดยืนยัน ไม่เขียนทับข้อมูลจริงเอง
Daily Reminder:
ทริกเกอร์ตามเวลาทุกเช้า สรุปวันสำคัญวันนี้ promise ใกล้ครบกำหนด และเรื่องที่ควรถามตาม ส่งเป็น Notion notification หรืออีเมล
Weekly Review:
ทริกเกอร์เย็นวันอาทิตย์ สร้างแถวใหม่ใน Reviews สรุปสิ่งที่รับปากแล้วยังไม่ทำ และเสนอหนึ่งการกระทำสำหรับสัปดาห์หน้า
Conversation Coach:
เรียกใช้เองในแชท อ่าน People + Interactions ล่าสุด แล้วร่างคำตอบ 3 โทน อบอุ่น ขี้เล่น ตรงประเด็น เขียนลง Notion เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ส่งข้อความ
Date Planner:
อ่าน Date Ideas + Notion Calendar เสนอแผนเดตพร้อมเวลา งบ และเหตุผลที่เหมาะกับคนนั้น สร้าง event เฉพาะเมื่อเรายืนยัน
3. วางรั้วในคำสั่งของแต่ละเอเจนต์ (Guardrails)
- ห้ามส่งข้อความหรืออีเมลแทนเราโดยไม่ยืนยัน
- ห้ามตัดสินว่าใครถูกใครผิดถ้าไม่มีหลักฐานในบันทึก
- ห้ามสร้างข้อความทักทายอัตโนมัติแบบส่งเอง
- บันทึกอ้างอิงเสมอว่าข้อสรุปมาจากแถวไหน
4. ทดสอบแล้วค่อย publish ใส่ข้อมูลตัวอย่าง 1 คน 2 interaction 1 promise
แล้วรัน Capture, Daily, Weekly, Coach, Planner ทีละตัวในโหมด draft ตรวจว่าผลลัพธ์ตรงและไม่ทำอะไรเกินสิทธิ์ ก่อน publish
......
จากของเล่นไว้แก้ painpoint ตัวเอง พอทำไปทำมา มันเริ่มดูเหมือน Product Spec ของ Personal CRM ตัวหนึ่งเฉยเลย 555
ใครอยากทำใช้เองแบบง่ายสุด ก็ก๊อปข้อความข้างบนไปแปะใน Notion AI ให้มันสร้าง RelationshipOS ได้เลย
ถ้าจะทำเป็นแอป ก็เอาไปแปะใน Claude Code/Codex
แนะนำให้เปิด skills: grill me หรือ wayfinder เพื่อปรับทิศทางให้ถูกใจ
คุยให้จบ แล้วสั่งรีวิวสเปคอย่างละเอียดซักรอบ นั่งไล่ดูว่าอยากปรับตรงไหน
ถ้าจะเอาไปใช้จริง ผมว่าเปลี่ยน interface จาก Notion มาเป็นพวก Telegram / Discord / LINE น่าจะสะดวกกว่า
เพราะคุยกับ Agent ได้เหมือนคุยกับคนปกติ
ตรงนี้แหละที่ผมอยากให้คนเรียน Agentic Product Builder เห็น คือเราไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘อยากสร้าง SaaS อะไรดี’ เสมอไป
บางทีเริ่มจาก workflow เล็ก ๆ ที่เราอยากแก้ให้ตัวเอง พอแตก requirement ไปเรื่อย ๆ product มันโผล่ออกมาเอง
ถ้าจะไปต่อเป็น SaaS ก็ไม่ได้ไกลจากตรงนี้มาก
เอาระบบ Personal CRM ที่ออกแบบไว้ เติม
1. Auth+DB (Supabase หรือ Neon ตัวฟรี)
2. Payment (Stripe)
3. Vercel AI SDK + model provider
จากนั้นทำ dual review ทั้ง code review และ adversarial review ให้ AI อีกตัวพยายามหาจุดอ่อน/โจมตีโค้ดของเรา
แล้วเพิ่ม Negative Testing เข้าไปอีกชั้น
และข้อมูลพวกนี้ค่อนข้างส่วนตัว เรื่อง permissions, encryption, data deletion และ privacy ต้องคิดตั้งแต่ต้นด้วย
เท่านี้ก็เริ่มได้ MVP ที่พอเอาไปลองขายจริงแล้ว
ลงทุนเริ่มต้นต่ำมาก เครื่องมือส่วนใหญ่เริ่มจาก free tier ได้ ค่าใช้จ่ายหลักจริง ๆ น่าจะเป็น model usage ตอนเริ่มมีคนใช้
ตลาดใหญ่ คู่แข่งเยอะ แต่เล่นหลาย niche ได้ แค่ปรับจุดขายบางอย่างให้เข้ากับ target market
จาก use case จีบสาวตอนต้น กลายเป็น SaaS ได้เฉย 😂
แต่ไม่ว่าจะทำไว้ใช้เองเป็น Personal CRM หรือเอาไปต่อเป็น SaaS
AI assists the relationship. It does not impersonate the person.
AI มีไว้ช่วยให้เราจำดีขึ้น คิดดีขึ้น และสื่อสารดีขึ้น ไม่ใช่เอาไว้สร้างความสัมพันธ์แทนเรา